
TwinMix Postcards มีวางจำหน่ายแล้ว ที่
ร้าน iuvday (ร้านสีฟ้าๆ)
สวนลุมไนท์บาซาร์ โซน อยุธยา ซอย 4
ด่วน! สินค้ามีจำนวนจำกัด Import ตรงมาจากเชียงใหม่ ไม่คิดค่าขนส่งนะ
Showing results 1 - 10 of 10 for January, 2008

TwinMix Postcards มีวางจำหน่ายแล้ว ที่
ร้าน iuvday (ร้านสีฟ้าๆ)
สวนลุมไนท์บาซาร์ โซน อยุธยา ซอย 4
ด่วน! สินค้ามีจำนวนจำกัด Import ตรงมาจากเชียงใหม่ ไม่คิดค่าขนส่งนะ
ผลพวงจาก ขบวนการเชียงใหม่ฯ ทำให้ผมได้ไปทำความรู้จักกับ designer ที่เชียงใหม่ 2 ราย ก่อนหน้าที่จะขึ้นไปก็ได้ทำความรู้จักกับพี่บอย creativebuffalo โดยคุย msn และแลกเบอร์กันไว้ พอผมได้ขึ้นไปเชียงใหม่ก็ได้โทรไปติดต่อพี่บอย พี่บอยใจดีมากครับ เป็นกันเองและเป็นมิตรมาก ดูแลเราเป็นอย่างดี
หลังจากนั้นผมก็ได้ไปทำความรู้จักกับพี่แก๊งค์แห่ง nokhook design ที่ถนนคนเดิน ก่อนหน้านั้นผมก็แอบติดตามโปรเจ็คโฮะ! ของชาวเชียงใหม่ก่อนแล้ว จึงทำให้สนทนากันได้ง่ายขึ้น
หลังจากนั้นได้ทราบข่าวโปรเจ็ค TwinMix ที่ nokhook design จัดขึ้น เห็นว่าโปรเจ็คนี้น่าสนใจ อีกใจก็อยากไปเชียงใหม่อีกรอบ เลยตัดสินใจส่งงานเข้าร่วมด้วยคน ก็เอางานที่ทำตอนอยู่เชียงใหม่ส่งไป ปรากฎว่าได้รับคัดเลือก แถมยังได้คู่กับพี่ฉึ่ง 8e88 อย่างไม่คาดฝันมาก่อนอีกด้วย
จนในที่สุด งาน TwinMix ก็พร้อมเกือบหมดทุกอย่าง เตรียมจัดงานวันที่ 6 มกรา แต่ก็มีเหตุให้ต้องเลื่อนออกไป เป็นวันที่ 27 มกราคม ตอนนั้นผมกำลังอยู่ใน “ขบวนการลำปางฯ” ก็ไม่ได้คิดมากอะไรที่งานถูกเลื่อน แต่คิดว่าจะขึ้นไปอีกมั้ย (กรอบ) ต้องดูกำลังสนับสนุนก่อน
วันที่ 7 มกรา วันสุดท้ายของขบวนการลำปางฯ ผมได้มีโอกาสแวะไปที่ร้าน nokhook design ตามลายแทงที่พี่แก๊งค์วาดให้มา

และแล้ว ผมก็ได้พบกับร้าน nokhook design ตัวเป็นๆ อ่านต่อ »
วันเสาร์ที่ 5 มกราคม 2551 เวลา 3.00 น. รีบตื่นมาเพื่อเตรียมตัวเดินทางไปแม่สาย ผมกำลังจะได้ไปต่างประเทศอันใกล้โดยไม่ต้องใช้พาสปอร์ต การเดินทางครั้งนี้ผมไปกับคุณหญิง ส่วนพรรคพวกทั้งหลายยังอยู่ที่ลำปาง
ผมออกเดินทางไปกับสายการบินคุณหญิงเวลา 4.15 น. จากเมืองเชียงใหม่ มุ่งหน้าไปยังจังหวัดเชียงราย และอำเภอแม่สาย อากาศหนาวจัด หมอกลงจัด พวกเราหายใจกันเป็นควันเลยเชียว ข้ามเขาไปประมาณ 200 กิโลเมตรได้ เราก็ถึงจังหวัดเชียงราย และออกไปอีก 60 กว่ากิโลเมตรก็ถึงอำเภอแม่สาย เราไปถึงนั่นเวลาประมาณ 8 โมงครึ่ง เรารีบทำเรื่องขอข้ามไปฝั่งพม่า เพื่อหลีกหนีปัญหาคนเยอะเบียดเสียดกัน

เมื่อผมได้ข้ามไปฝั่งพม่า ผมรู้สึกเหมือนผมได้มาถึงคลองถมและสะพานเหล็ก บรรยากาศไม่ค่อยต่างกันเท่าไหร่ ข้าวของก็ไม่ได้ถูกกว่าเท่าไหร่ แต่ด้วยบรรยากาศของร้านค้าข้างทาง ที่ส่งสายตาสะกดจิตพวกเราว่า ที่นี่ถูกกว่านะ ซีดีของปลอมก็ทำเนียนอย่างกับของแท้เชียวนะ ราคา box set ก็ต่ำกว่าของจริงเยอะเลยนะ เท่าที่ผมดู ของที่พอจะหาได้ก็เป็นพวก mass มากกว่า ใครฝากซื้อ indie นี่อย่าหวังเลย เข้า 10 ร้าน ไม่มีทั้ง 10 ร้าน แต่ก็มีหลายอย่างที่น่าโดนเหมือนกันนะ อ่านต่อ »
เนื่องจากผมเห็นความสำคัญของการบัญญัติวันหยุดปีใหม่สากล ซึ่งชาวบ้านทั่วไปก็คงจะหยุดกันถึงวันที่ 1 และวันที่ 2 ก็กลับไปทำงานกันตามปกติ ผมจึงถือเอาฤกษ์งามยามดีนี้ ไปเที่ยวปีใหม่บ้าง แต่ผมไปวันที่ 2 สวนทางกับชาวบ้าน เพราะผมไม่ชอบคนเยอะ ไม่ชอบแย่งกันกิน แย่งกันขี้ แย่งกันเที่ยว
ผมกับแคท (ท่านหัวหน้าขบวนการฯ เมื่อครั้งที่แล้ว) ก็ได้ตระเตรียมกันว่า จะออกเดินทางไปเยี่ยมพรรคพวกชาวลำปาง เนื่องจากห่างหายกันมา 2 เดือนกว่าแล้ว และกะว่าเที่ยวปีใหม่ไปด้วยเลย และกะว่าไปงาน TwinMix ด้วยเลย ไปทีเดียวได้นก 3 ตัวเลย
เราออกเดินทางด้วยม้าเหล็ก จากสถานีหัวลำโพง เที่ยวเวลา 22.00 น. ด้วยขบวนรถด่วนตู้พัดลม เก้าอี้ปรับเอนหลังได้ 60 องศา (นั่งจริงๆ ไม่ถึง เพราะข้างหลังเป็นฝรั่งขายาว แม่ง..) เรากำลังมุ่งหน้าสู่นครลำปาง เมืองรถม้า ฮี่ๆ คร่อกๆ
รถจอดทุกสถานีในกรุงเทพฯ และสถานีหลักๆ ทำให้เรานอนไม่ค่อยหลับ แถมไฟก็เปิดสว่างตลอดคืน อากาศก็หนาว ใครนอนหลับได้คนนั้นเจ๋งมาก ถือว่าเป็นผู้ที่สามารถตัดขาดทางโลกได้แล้ว เราก็หลับๆ ตื่นๆ ได้ทีละ 15 นาที (ตามหลักของไอน์สไตน์ที่ให้ deep sleep ครั้งละ 15 นาที) จนถึงเวลาที่ง่วงถึงที่สุดประมาณตี 4 ครึ่ง ทุกคนก็พร้อมใจกันง่วง ทำให้ได้หลับได้ซักชั่วโมงกว่าๆ
เราตื่นมาอีกทีที่สถานีอุตรดิตถ์ เวลาประมาณ 6 โมงเช้า มีคนมาขายกาแฟร้อน พวกเรารีบคว้ามาทันที อย่างไม่ต้องคิดใดๆ เพราะมันหนาวมากเวลานั้น

ได้ยินหลายคนชวนไปดูหนังเรื่องนี้ ก็เลยหลวมตัวไปดูซักหน่อย เห็นฉายแค่โรงหนังสยามที่เดียว
หนังเรื่องนี้ดูจะเน้นกลุ่มแฟนๆ The Beatles เป็นหลัก เพราะเอาเพลงของ The Beatles มาใส่ถึง 33 เพลง (ได้ยินว่าคัดมาจากทั้งหมด 300 กว่าเพลง) เป็นหนังที่สะท้อนสังคมยุคปี 60s ชื่อของตัวละครก็เอามาจากชื่อในเพลงเป็นส่วนใหญ่ จุดเด่นอยู่ที่การเล่าเรื่องด้วยเพลง คล้ายๆ หนังแนว musical
เริ่มเรื่องแรกๆ ก็น่าเบื่อๆ หน่อยนึง แต่พอกลางๆ เรื่องจะเริ่มสนุกขึ้นๆ หนังจะเริ่มศิลป์ขึ้น (สันนิษฐานว่าเป็นเพราะ LSD) พระเอกหน้าตาดี นางเอกสวย เพลงเพราะ ไม่วาบหวิวเท่าไหร่ เห็นหัวนมซ้ายแป๊ปนึงตามธรรมเนียมหนังฝรั่ง มุมกล้องเฉยๆ ปกติ กราฟฟิคประกอบก็ดีนะ
บอกไว้ก่อนว่าเรื่องนี้เป็นหนัง romantic / musical อย่าหวังว่าจะตลก ที่ชอบที่สุดน่าจะเป็นเรื่อง การตัดต่อจังหวะให้เข้ากับเพลง กับการเดินเรื่องอย่างแนบเนียน ที่เหลือไปดูกันเอง เดี๋ยวหมดสนุก
เรื่องนี้ให้ 4/5 ดาว ใครเป็นแฟน The Beatles ที่ร้องเพลงได้จะเพิ่มความสนุกขึ้นอีก 10%
นี่คือโฉมหน้าตัวละครผู้มีอุปการคุณทุกท่าน จาก ขบวนการเชียงใหม่ฯ ทั้ง 4 ตอน ไม่ต้องส่ง sms มาโหวตนะครับ งานนี้ไม่ได้แจกบ้าน อ่านต่อ »
วันที่ 26 ตุลาคม 2550
วันนี้จริงๆ จะต้องกลับกรุงเทพฯ แล้ว เพราะซื้อตั๋วเอาไว้แล้ว แต่ด้วยความลุยของผมและท่านหัวหน้า จึงพยายามหาทางที่จะอยู่ต่อให้ได้ เราจึงเอาตั๋วกลับกรุงเทพฯ ที่ซื้อไว้แล้ว เอาไปที่ท่ารถที่ปาย แล้วฝากพี่รถตู้ ปาย-เชียงใหม่ เอาตั๋วไปเลื่อนวันให้ พี่เค้าก็ใจดีนำไปเลื่อนให้ (ให้ค่าเสียหายไป 80 บาท แลกกับตั๋ว 2 ใบราคาพันกว่าก็ถือว่าคุ้มมาก) หลังจากนั้น แล้วแต่ดวงชะตาฟ้าลิขิต
เรากับแคทกลับไปที่พักเก็บกระเป๋า วันนี้เจ๊โอ๋ชวนไปพักที่ unicorn จะได้ปาร์ตี้แคมป์ไฟกัน ประมาณบ่ายสอง พวกเรามุ่งหน้าไปยังหมู่บ้านจีนเพื่อเล่นชิงช้าและกินบะหมี่ยูนนาน


ตื่นเช้ามาวันที่ 25 ตุลา ผมจะหาร้านโจ๊กกินตอนเช้า แต่หาไม่เจอ อากาศหนาวใช้ได้เลย สุดท้ายมานั่งร้าน all about coffee เจอเขมกับแคทนั่งชิวอยู่ เลยสั่งอะไรมากินซักหน่อย วันนี้เรานัดกับชาวลำปางว่าจะไปกิน lunch กันที่ unicorn guesthouse เจ๊โอ๋ พอเริ่มใกล้ถึงเวลา ก็กลับไปที่พักเก็บของ เพื่อย้ายไปอยู่ห้องที่ถูกกว่า เพราะรู้แล้วว่าเอาไว้แค่ซุกหัวนอนเท่านั้น
จากนั้นก็ตามไปกินข้าวเที่ยงที่ unicorn จะเห็นป้ายเขียนว่า “กินตีน” อยู่หน้าร้าน หลังจากกินข้าวเสร็จ เราก็เตรียมตัวจะขึ้นไปร้านพี่เล็กอีกแล้ว เพราะไม่รู้ว่าจะไปไหนกันดี ไม่ได้วางแผนการไว้ซะด้วย เราจึงโบกรถกระบะขึ้นไปร้านพี่เล็ก (เอามอไซค์ไปคืนแล้ว) คนเมืองปายใจดี
ถึงร้านพี่เล็ก พวกเราก็กลิ้งๆ นั่งๆ นอนๆ ทำตัวเยี่ยงลูกค้าวีไอพี ด้วยเหตุที่ว่างกันเกิน จึงหาอะไรเล่นกันแก้เซ็ง ก็ได้โดมิโน่ของร้านพี่เล็ก ช่วยทำให้หายเซ็งได้ กติกามีอยู่ว่า ใครแพ้โดนเขียนแขน เล่นไปตาแรกผมแพ้ ตาที่สองผมก็แพ้อีก ตาที่สามก็แพ้อีก แต่หลังจากนั้นผมไม่แพ้แล้ว และความรุนแรงและขนาดของฟอนท์ที่เขียนบนแขนเริ่มใหญ่ขึ้นๆ คนหลังๆ เริ่มซวย โดนตาเดียวโดนเขียนเยอะกว่าผมโดน 3 ตาซะอีก พวกเราเล่นจนถึง 5 โมงเย็น ก็ขึ้นไปรอดูพระอาทิตย์ตกกันบนพระธาตุแ่ม่เย็น ทีแรกว่าจะฉุบราชาขึ้นพระธาตุ แต่เกรงจะไม่จบในวันเดียว เลยเปลี่ยนเป็นวิ่งแข่งขึ้นพระธาตุแทน แล้วสุดท้ายก็ต้องขึ้นไปนั่งรอเวลาบนนั้นซะนานเชียว ฮ่าๆ
ต่อจากตอนที่แล้ว คืนวันที่ 23 (วันเกิดคุณหญิง) เรากับท่านหัวหน้าก็มาวางแผนการเดินทางล่วงหน้าของวันถัดไป แผนมีเพียงแค่ว่า “เฮ้ย ไปปายกัน พรุ่งนี้เช้าตื่นแล้วไปเลย” ไม่มีการถามต่อจากนั้น ไม่มีคำถามเรื่องที่ว่าจะพักไหน จะยังไง อะไร มีแค่คำเดียว “เออ ไปเว่ยๆ” แล้วก็เข้านอน
เช้าวันที่ 24 ตุลาคม เราตื่น 7.30 น. รีบเก็บกระเป๋าแล้วพุ่งออกจากที่พักเวลาเคารพธงชาติพอดี ไปถึงสถานีขนส่งเวลา 8.15 น. รีบวิ่งไปถามรถตู้ไปปาย สรุปได้รถเที่ยว 9 โมงตรง เลยแวะไปหาอะไรรองท้องก่อน เรารีบกลับมารอที่รถเวลา 8.45 น. ทุกคนต่างพร้อมใจกันมาครบแล้ว พี่คนขับจึงตัดสินใจออกรถทันใด ผมกับท่านหัวหน้าได้นั่งกับพี่คนขับ (ขอโทษที่ผมจำชื่อพี่ไม่ได้) พี่แกเล่นชวนคุยตลอดทาง ปล่อยมุขแป้กบ้างขำบ้างอีกตะหาก เอาเป็นว่า เวลา 3 ชั่วโมงบนรถตู้คันนี้ ผมจะอยู่เป็นเพื่อนพี่คนขับเอง ส่วนท่านหัวหน้าหลับๆ ตื่นๆ

ผมนั่งลุ้นไปกับโค้ง 1,682 โค้ง (ถ้าจำไม่ผิด นับแล้วลืม) แต่เหตุไม่คาดฝันก็เกิดขึ้น เมื่อท่านหัวหน้าเริ่มพะอืดพะอม แล้วรีบบอกให้พี่คนขับหยุดรถโดยด่วน หลังจากนั้นก็พุ่งลงข้างทาง ปล่อยของเหลวส่วนบุคคลทันที ตรงนั้นมันเหลืออีกประมาณ 100 โค้ง (20 นาที) ก็จะถึงปายแล้ว อ่านต่อ »
มาเขียนบันทึกเอาไว้ เผื่อวันหลังจะกลับมาอ่าน..
เมื่อประมาณกลางเดือนตุลา ปี 2550 ด้วยความที่เราก็อยากจะไปเที่ยว เพราะอยู่บ้านติดกันมาหลายเดือนแล้ว และคุณหญิงก็ปิ๊กบ้านที่เชียงใหม่ เราก็เลยอยากจะขึ้นไปเชียงใหม่บ้าง บังเอิญคุณน้องแคทก็นอยๆ เลยชวนกันไปเชียงใหม่
ด้วยชื่อทริปว่า “ขบวนการเชียงใหม่เพื่อชีวิตที่ช้าลง” จำได้ว่าพยายามหาพรรคพวกแล้ว แต่สุดท้ายก็เหลือแค่ 2 คน งานนี้แคทเป็นหัวหน้า ผมเป็นรองฯ ลูกน้องไม่มี
เราออกเดินทางมุ่งหน้าสู่เชียงใหม่โดยนครชัยแอร์ เที่ยวเวลา 21.30 น. ของวันที่ 18 ตุลาคม 2550 มีเรา คุณหญิงและท่านหัวหน้า พวกเรา landing ถึงสถานีขนส่งอาเขตในตอนเช้าของวันที่ 19 น้องชายคุณหญิงมารับเราไปส่งยังที่พัก คุณหญิงก็กลับไปที่บ้าน เหลือผู้ร่วมขบวนการ 2 หน่อ หลังจากนั้นก็เรื่อยเปื่อย ออกไปเดินนิมมาน สวนดอก กาดสวนแก้ว ตามประเพณีนิยมของคนกรุงเทพฯ
เย็นวันนั้น เคท โทรมาหาแคท นัดมาเจอที่ไมค์เบอร์เกอร์ ก็ได้เจอเคทและเพื่อนๆ (มด นุ่น ฝัน จอมและเพื่อนจอม)

แล้วพวกเราก็พร้อมออกกำลังกายยามดึก ที่ warm up ด้วยความคึกคะนองในตอนแรก ทำให้เรานำตัวเข้าไปยังส่วนที่คาดว่าจะลึกที่สุดของที่นั่นได้ แต่ไม่นานหลังจากนั้น ความสัมพันธ์ของธาตุทั้ง 4 ในร่างกายเริ่มปั่นป่วนจนทุกคนมีมติเป็นเอกฉันท์ 7:1 ว่า เราควรออกจากสถานที่แห่งนั้นทันที แล้วเราก็โคจรไปยังร้าน seascape กันต่อ และก็นั่งสนทนากันเพื่อให้ร่างกายกลับสู่สภาวะปกติก่อนเข้านอน อ่านต่อ »