ขั้นตอนแรกๆ ก่อนที่จะเปิดบริษัท และทำให้มีคำถามเกิดขึ้นทันที นั่นก็คือ “ทุนจดทะเบียน” ซึ่งกฎหมายเขียนไว้ว่า บริษัทจำกัด มีลักษณะดังนี้
- ต้องมีผู้ร่วมทุนอย่างน้อย 3 คนขึ้นไป (สมัยก่อน 7 คน เดี๋ยวนี้เหลือ 3 ก็จดได้แล้ว)
- แบ่งทุนออกเป็นหุ้น หุ้นละเท่าๆกัน (เช่นคิดว่าทุน 1 ล้านบาท อาจจะแบ่งเป็นหุ้นละ 10 บาท 100,000 หุ้น เป็นต้น)
- ผู้ถือหุ้นรับผิดจำกัดเพียงเงินค่าหุ้นที่ยังส่งไม่ครบ (ถ้าส่งครบหมดแล้ว ก็ไปเอาผิดกับบริษัทอย่างเดียว)
- มูลค่าของหุ้นๆ หนึ่งนั้น ต้องไม่ต่ำกว่า 5 บาท
- หุ้นนั้นแบ่งแยกไม่ได้
จะเห็นได้ว่า ทุนจดทะเบียนขั้นต่ำ แค่ 15 บาท (3 คน คนละ 5 บาท) ก็จดทะเบียนบริษัทได้แล้ว โว้… แต่บริษัทที่ทุนจดทะเบียน 15 บาท ใครจะไปทำธุรกิจด้วย เช่นว่า บริษัทสิบห้าบาท (ทุนจดทะเบียน 15 บาท ก็เหมือนคนมีเงินอยู่ 15 บาท) จะไปซื้อของราคา 25 บาท คนขายก็จะไม่อยากขายให้ แบบว่า ไอนี่จะมีปัญญาจ่ายหรอ เป็นต้น
แล้วทุนจดทะเบียน มีผลอะไรกับบริษัทอีกบ้าง?
มันเป็นเรื่องของความน่าเชื่อถือ เช่น จะไปรับงานมูลค่า 5 แสนบาท แต่บริษัทมีทุนจดทะเบียน 1 แสนบาท ลูกค้าก็จะเริ่มหวั่นๆ ถ้าหากไม่ได้รู้จักกันมาก่อน เพราะถ้าเกิดอะไรเสียหายขึ้นมา ลูกค้าฟ้องบริษัท บริษัทมีปัญญารับผิดชอบได้แค่ 1 แสนบาท เป็นต้น
ข้อดีอีกอย่างนึงคือ เป็นความน่าเชื่อถือ เวลาจะไปกู้เงินธนาคาร ธนาคารก็จะดูจากทุนจดทะเบียนด้วย
ทำไมฮิต ทุนจดทะเบียน 1 ล้านบาท กันจังเลย?
ก็เพราะว่า ค่าธรรมเนียมตอนจดทะเบียนบริษัท คิดตามอัตราทุนจดทะเบียน ทุนจดทะเบียนไม่เกิน 1 ล้านบาท เสียค่าธรรมเนียม 5,000 บาท ดังนั้น จะจดทะเบียนบริษัทที่มีทุน 15 บาท หรือ 1 ล้านบาท ก็จ่ายค่าธรรมเนียม 5,000 บาทเท่ากัน เค้าก็เลยจด 1 ล้านกัน เพราะถ้าจดน้อยๆ ก็ต้องไปเสียค่าธรรมเนียมเพิ่มทุนเพิ่มอีกในภายหลัง
แปลว่าต้องมีเงินจริง 1 ล้านบาทเลยใช่มั้ย?
ถ้าให้ถูกต้อง ก็ต้องเป็นอย่างนั้น แต่ส่วนใหญ่แล้ว เงินจริงมีไม่ถึง 1 ล้านหรอก เป็นแค่ตัวเลขทางบัญชี เช่นสมมุติว่า มีเงินจริง 250,000 บาท (กฎหมายกำหนดให้ชำระค่าหุ้น ไม่ต่ำกว่า 25%) แต่ดันไปทำทีว่า “ชำระเต็ม” (ที่รีบๆ จ่ายเต็ม ก็เพื่อจะได้ไม่ต้องมารับผิดชอบในวันหลัง) อ้าว แล้ว 750,000 หล่ะ ไปอยู่ไหน เค้าก็ทำทีว่า กรรมการกู้เงินบริษัทไป ทีนี้ความซวยจะเริ่มมาเยือนจากกรมสรรพากร เค้าจะถือว่า เงินที่ให้กู้จำนวนนี้ ต้องคิดดอกเบี้ย (โดยปกติก็ดูตามเรทธนาคารทั่วไป) มันก็จะกลายเป็นรายได้ของบริษัทไป ซึ่งทำให้ฐานรายได้ที่จะต้องไปคิดภาษีมากขึ้น (แต่มันก็มีทางหลบเลี่ยงอีกอยู่ดีนั่นแหล่ะ แต่โดนตรวจสอบที ยุ่งแน่)
แล้วทุนจดทะเบียนควรจะเป็นเท่าไหร่ดี?
ในที่นี้หมายถึง ควรจะมีเงินจริงๆ มาจดทะเบียน เท่าไหร่ดี ก่อนอื่นเลย ให้ทำการประมาณการเงินสดรับ-จ่าย (Cashflow Forecast) ไม่ควรน้อยกว่า 24 เดือน แล้วดูว่า เงินสดที่ต้องจ่ายในแต่ละเดือนเท่าไหร่ บวก เงินสดสำรองเผื่อฉุกเฉิน ลบ เงินสดที่รับเข้ามาที่บริษัท ในระยะเวลาของงานแต่ละงาน จะได้ผลลัพธ์เป็นจำนวนเงินสดที่ขาด ที่ต้องไปหามาให้ได้ในแต่ละเดือน (ถ้ารับมามากกว่าจ่าย ก็สบายไป) เช่น
แต่ละเดือนมีรายจ่าย 1 แสน + เงินสดสำรองเผื่อฉุกเฉิน 1 แสน – เงินสดที่รับ 1 แสน อายุโปรเจ็ค 2 เดือน
เดือนแรก: รายจ่าย 1 แสน + เงินสดสำรอง 1 แสน – เงินสดรับ ยังไม่มี รวมแล้วเท่ากับ 2 แสน
เดือนสอง: รายจ่าย 1 แสน + เงินสดสำรอง 1 แสน – เงินสดรับ 1 แสน รวมแล้วเท่ากับ 1 แสน
ผลลัพธ์ที่ได้คือ เงินขาดมือไป 3 แสนบาท ดังนั้น ทุนจดทะเบียนที่เหมาะสมก็คือ 3 แสนบาท



กระจ่างมากครับพี่บอย
ผมเอาเงินทุนจดทะเบียนมาทำอะไรหรือใช้จ่ายอะไรในบริษัทได้บ้าง นอกจากใช้เป็นตัวสร้างความน่าเชื่อถือให้บริษัท
ผมสามารถเอามาจ่ายเงินเดือนให้ลูกจ้างได้ไหม
แล้้วผมต้องเปิดบัญชีเฉพาะสำหรับเงินทุนจดทะเบียนนี้หรือไม่
เงินทุนจดทะเบียน ในกรณีที่มีตัวเงินที่เห็นจริงๆ มีอยู่จริงๆ นะ เงินนี้จะเป็นเงินของบริษัท ใช้จ่ายซื้อของในนามบริษัทได้ทุกอย่าง ซื้อโต๊ะตู้ สิ่งของของบริษัท ค่าจ้างให้ซัพพลายเออร์ จ่ายเงินเดือนลูกจ้างก็เงินบริษัท คุณเองก็ได้เงินเดือนจากเงินบริษัทก้อนนี้แหล่ะ
เงินทุนจดทะเบียน เป็นตัวเลขเอาไว้สำหรับบอกกรมพัฒนาธุรกิจการค้า เวลาไปจดทะเบียนเป็นบริษัทครับ แต่ตัวเลขของเงินนี้จะมีผลจริงๆ เอาไปใช้จริงๆ กับการทำบัญชีแจ้งสรรพากรมากกว่าครับ สรรพากรก็จะดูว่า ไหนหล่ะเงินของบริษัท มีเท่าไหร่ ใช้จ่ายอะไรยังไง เสียภาษีถูกต้องรึยัง ถ้ายังก็ทำให้ถูกต้องซะนะ ถ้าผิดก็ทำใจโดนปรับไว้เลย
ต้องเปิดบัญชีเฉพาะสำหรับเงินทุนจดทะเบียนมั้ย?
คำตอบคือ เปิดก็ได้ ไม่เปิดก็ได้ครับ แต่ส่วนมากแล้วจะเปิดบัญชีธนาคาร ในนามบริษัทเอาไว้ เพื่อง่ายสำหรับการทำบัญชีส่งสรรพากร… ตรงนี้ต้องระวัง ถ้าธุรกรรมไม่เยอะ เงินเข้า-เงินออกเดือนนึงไม่กี่ครั้ง ทำเองก็ได้ครับ แต่ถ้าธุรกรรมเยอะๆ ก็จ้างสำนักงานบัญชีไปจะสะดวกกว่าครับ
ปล. ผมเป็นดีไซเนอร์ ไม่ได้เป็นนักบัญชีบริหารอะไรนะครับ หากมีผิดพลาดประการใดต้องขออภัยด้วยครับ
Leave your thoughts
Please Note: Comments Moderation maybe active so there is no need to resubmit your comment