<?xml version="1.0" encoding="UTF-8"?>
<rss version="2.0"
	xmlns:content="http://purl.org/rss/1.0/modules/content/"
	xmlns:wfw="http://wellformedweb.org/CommentAPI/"
	xmlns:dc="http://purl.org/dc/elements/1.1/"
	xmlns:atom="http://www.w3.org/2005/Atom"
	xmlns:sy="http://purl.org/rss/1.0/modules/syndication/"
	xmlns:slash="http://purl.org/rss/1.0/modules/slash/"
	>

<channel>
	<title>ibdz™ &#187; business</title>
	<atom:link href="http://ibdz.goodmorningteacher.com/category/life/business/feed/" rel="self" type="application/rss+xml" />
	<link>http://ibdz.goodmorningteacher.com</link>
	<description>life. design. technology</description>
	<lastBuildDate>Fri, 23 Jul 2010 05:02:16 +0000</lastBuildDate>
	<language>en</language>
	<sy:updatePeriod>hourly</sy:updatePeriod>
	<sy:updateFrequency>1</sy:updateFrequency>
	<generator>http://wordpress.org/?v=3.0.1</generator>
		<item>
		<title>เปิดบริษัท ตอน ทุนจดทะเบียน</title>
		<link>http://ibdz.goodmorningteacher.com/authorized-capital/</link>
		<comments>http://ibdz.goodmorningteacher.com/authorized-capital/#comments</comments>
		<pubDate>Thu, 24 Dec 2009 23:42:35 +0000</pubDate>
		<dc:creator>ibdz™</dc:creator>
				<category><![CDATA[business]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://ibdz.goodmorningteacher.com/?p=167</guid>
		<description><![CDATA[ขั้นตอนแรกๆ ก่อนที่จะเปิดบริษัท และทำให้มีคำถามเกิดขึ้นทันที นั่นก็คือ &#8220;ทุนจดทะเบียน&#8221; ซึ่งกฎหมายเขียนไว้ว่า บริษัทจำกัด มีลักษณะดังนี้ ต้องมีผู้ร่วมทุนอย่างน้อย 3 คนขึ้นไป (สมัยก่อน 7 คน เดี๋ยวนี้เหลือ 3 ก็จดได้แล้ว) แบ่งทุนออกเป็นหุ้น หุ้นละเท่าๆกัน (เช่นคิดว่าทุน 1 ล้านบาท อาจจะแบ่งเป็นหุ้นละ 10 บาท 100,000 หุ้น เป็นต้น) ผู้ถือหุ้นรับผิดจำกัดเพียงเงินค่าหุ้นที่ยังส่งไม่ครบ (ถ้าส่งครบหมดแล้ว ก็ไปเอาผิดกับบริษัทอย่างเดียว) มูลค่าของหุ้นๆ หนึ่งนั้น ต้องไม่ต่ำกว่า 5 บาท หุ้นนั้นแบ่งแยกไม่ได้ จะเห็นได้ว่า ทุนจดทะเบียนขั้นต่ำ แค่ 15 บาท (3 คน คนละ 5 บาท) ก็จดทะเบียนบริษัทได้แล้ว โว้&#8230; แต่บริษัทที่ทุนจดทะเบียน 15 บาท ใครจะไปทำธุรกิจด้วย เช่นว่า บริษัทสิบห้าบาท [...]]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p>ขั้นตอนแรกๆ ก่อนที่จะเปิดบริษัท และทำให้มีคำถามเกิดขึ้นทันที นั่นก็คือ &#8220;ทุนจดทะเบียน&#8221; ซึ่งกฎหมายเขียนไว้ว่า บริษัทจำกัด มีลักษณะดังนี้</p>
<ul>
<li>ต้องมีผู้ร่วมทุนอย่างน้อย 3 คนขึ้นไป (สมัยก่อน 7 คน เดี๋ยวนี้เหลือ 3 ก็จดได้แล้ว)</li>
<li>แบ่งทุนออกเป็นหุ้น หุ้นละเท่าๆกัน (เช่นคิดว่าทุน 1 ล้านบาท อาจจะแบ่งเป็นหุ้นละ 10 บาท 100,000 หุ้น เป็นต้น)</li>
<li>ผู้ถือหุ้นรับผิดจำกัดเพียงเงินค่าหุ้นที่ยังส่งไม่ครบ (ถ้าส่งครบหมดแล้ว ก็ไปเอาผิดกับบริษัทอย่างเดียว)</li>
<li>มูลค่าของหุ้นๆ หนึ่งนั้น ต้องไม่ต่ำกว่า 5 บาท</li>
<li>หุ้นนั้นแบ่งแยกไม่ได้</li>
</ul>
<p>จะเห็นได้ว่า ทุนจดทะเบียนขั้นต่ำ แค่ 15 บาท (3 คน คนละ 5 บาท) ก็จดทะเบียนบริษัทได้แล้ว โว้&#8230; แต่บริษัทที่ทุนจดทะเบียน 15 บาท ใครจะไปทำธุรกิจด้วย เช่นว่า บริษัทสิบห้าบาท (ทุนจดทะเบียน 15 บาท ก็เหมือนคนมีเงินอยู่ 15 บาท) จะไปซื้อของราคา 25 บาท คนขายก็จะไม่อยากขายให้ แบบว่า ไอนี่จะมีปัญญาจ่ายหรอ เป็นต้น</p>
<p><span id="more-167"></span></p>
<p><strong>แล้วทุนจดทะเบียน มีผลอะไรกับบริษัทอีกบ้าง?</strong></p>
<p>มันเป็นเรื่องของความน่าเชื่อถือ เช่น จะไปรับงานมูลค่า 5 แสนบาท แต่บริษัทมีทุนจดทะเบียน 1 แสนบาท ลูกค้าก็จะเริ่มหวั่นๆ ถ้าหากไม่ได้รู้จักกันมาก่อน เพราะถ้าเกิดอะไรเสียหายขึ้นมา ลูกค้าฟ้องบริษัท บริษัทมีปัญญารับผิดชอบได้แค่ 1 แสนบาท เป็นต้น</p>
<p>ข้อดีอีกอย่างนึงคือ เป็นความน่าเชื่อถือ เวลาจะไปกู้เงินธนาคาร ธนาคารก็จะดูจากทุนจดทะเบียนด้วย</p>
<p><strong>ทำไมฮิต ทุนจดทะเบียน 1 ล้านบาท กันจังเลย?</strong></p>
<p>ก็เพราะว่า ค่าธรรมเนียมตอนจดทะเบียนบริษัท คิดตามอัตราทุนจดทะเบียน ทุนจดทะเบียนไม่เกิน 1 ล้านบาท เสียค่าธรรมเนียม 5,000 บาท ดังนั้น จะจดทะเบียนบริษัทที่มีทุน 15 บาท หรือ 1 ล้านบาท ก็จ่ายค่าธรรมเนียม 5,000 บาทเท่ากัน เค้าก็เลยจด 1 ล้านกัน เพราะถ้าจดน้อยๆ ก็ต้องไปเสียค่าธรรมเนียมเพิ่มทุนเพิ่มอีกในภายหลัง</p>
<p><strong>แปลว่าต้องมีเงินจริง 1 ล้านบาทเลยใช่มั้ย?</strong></p>
<p>ถ้าให้ถูกต้อง ก็ต้องเป็นอย่างนั้น แต่ส่วนใหญ่แล้ว เงินจริงมีไม่ถึง 1 ล้านหรอก เป็นแค่ตัวเลขทางบัญชี เช่นสมมุติว่า มีเงินจริง 250,000 บาท (กฎหมายกำหนดให้ชำระค่าหุ้น ไม่ต่ำกว่า 25%) แต่ดันไปทำทีว่า &#8220;ชำระเต็ม&#8221; (ที่รีบๆ จ่ายเต็ม ก็เพื่อจะได้ไม่ต้องมารับผิดชอบในวันหลัง) อ้าว แล้ว 750,000 หล่ะ ไปอยู่ไหน เค้าก็ทำทีว่า กรรมการกู้เงินบริษัทไป ทีนี้ความซวยจะเริ่มมาเยือนจากกรมสรรพากร เค้าจะถือว่า เงินที่ให้กู้จำนวนนี้ ต้องคิดดอกเบี้ย (โดยปกติก็ดูตามเรทธนาคารทั่วไป) มันก็จะกลายเป็นรายได้ของบริษัทไป ซึ่งทำให้ฐานรายได้ที่จะต้องไปคิดภาษีมากขึ้น (แต่มันก็มีทางหลบเลี่ยงอีกอยู่ดีนั่นแหล่ะ แต่โดนตรวจสอบที ยุ่งแน่)</p>
<p><strong>แล้วทุนจดทะเบียนควรจะเป็นเท่าไหร่ดี?</strong></p>
<p>ในที่นี้หมายถึง ควรจะมีเงินจริงๆ มาจดทะเบียน เท่าไหร่ดี ก่อนอื่นเลย ให้ทำการประมาณการเงินสดรับ-จ่าย (Cashflow Forecast) ไม่ควรน้อยกว่า 24 เดือน แล้วดูว่า เงินสดที่ต้องจ่ายในแต่ละเดือนเท่าไหร่ บวก เงินสดสำรองเผื่อฉุกเฉิน ลบ เงินสดที่รับเข้ามาที่บริษัท ในระยะเวลาของงานแต่ละงาน จะได้ผลลัพธ์เป็นจำนวนเงินสดที่ขาด ที่ต้องไปหามาให้ได้ในแต่ละเดือน (ถ้ารับมามากกว่าจ่าย ก็สบายไป) เช่น</p>
<p>แต่ละเดือนมีรายจ่าย 1 แสน + เงินสดสำรองเผื่อฉุกเฉิน 1 แสน &#8211; เงินสดที่รับ 1 แสน อายุโปรเจ็ค 2 เดือน<br />
เดือนแรก: รายจ่าย 1 แสน + เงินสดสำรอง 1 แสน &#8211; เงินสดรับ ยังไม่มี รวมแล้วเท่ากับ 2 แสน<br />
เดือนสอง: รายจ่าย 1 แสน + เงินสดสำรอง 1 แสน &#8211; เงินสดรับ 1 แสน รวมแล้วเท่ากับ 1 แสน<br />
ผลลัพธ์ที่ได้คือ เงินขาดมือไป 3 แสนบาท ดังนั้น ทุนจดทะเบียนที่เหมาะสมก็คือ 3 แสนบาท</p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://ibdz.goodmorningteacher.com/authorized-capital/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>8</slash:comments>
		</item>
	</channel>
</rss>

<!-- Performance optimized by W3 Total Cache. Learn more: http://www.w3-edge.com/wordpress-plugins/

Minified using disk
Page Caching using disk (enhanced) (user agent is rejected)

Served from: ibdz.goodmorningteacher.com @ 2010-09-10 20:36:33 -->