หลายคนคงเคยคิดสงสัยว่า “ถ้าเกิดอยู่ดีๆ วันนึง Mac ที่เราใช้อยู่เกิดเจ๊งขึ้นมา ฮาร์ดดิสก์เจ๊ง จะทำยังไงดี” แน่นอนว่าสิ่งที่สำคัญที่สุดคือ ข้อมูลที่อยู่ในเครื่อง ไหนจะไฟล์งานลูกค้าเอย รูปที่ถ่ายไว้ในวันสำคัญๆ เอย ไฟล์ที่ค่าทางใจเอย.. คงไม่อยากให้มันหายไปไหนแน่จนกว่าเราจะตาย หรือลบมันทิ้งด้วยตัวของเราเอง
วันนี้จึงมีไอเดียสำหรับการทำ backup สำหรับ Mac OS X มาแนะนำ แต่ละคนอาจจะมีวิธีการ backup ข้อมูลแตกต่างกัน แต่วิธีที่เราแนะนำในวันนี้ มีประสิทธิภาพสูงพอสมควร คุณสามารถเอาไฟล์กลับมาทำงานต่อได้ภายใน 2 นาทีในกรณีที่ฮาร์ดดิสก์เจ๊ง และกู้ไฟล์กลับคืนมาได้ ถึงแม้ว่าบ้านไฟไหม้ ออฟฟิศระเบิดก็ตาม
แนวคิดของการ backup คือ
- Local Mirror : สร้าง mirror ขึ้นมา ตัวนี้จะเหมือนกับ main drive เด๊ะๆ (บางคนอาจจะใช้ RAID แทน)
- Remote Mirror : copy ไฟล์สำคัญๆ ไปเครื่องอื่น สถานที่อื่น (ต้องแน่ใจว่ามันจะไม่ล่มพร้อมกัน)
- ทำ 1 และ 2 อัตโนมัติทุกคืน
Step 1 : Local Mirror of main drive
อันดับแรกคือ ซื้อ harddisk มาเพิ่มสำหรับใช้ backup ถ้าใส่ intenal hard drive ได้ยิ่งดี ถ้าไม่ได้ก็ใช้พวก external hard drive แทนได้ ต่อมาคือ software สำหรับ backup ใน Mac OS X Leopard นั้นมี Time Machine ติดตั้งมาด้วยแล้ว จะใช้ Time Machine ก็ได้ หรือมีอีกโปรแกรมคือ SuperDuper ($27.95) โปรแกรมนี้ก็ใช้สำหรับการ backup ได้เช่นกัน
ทีนี้จะเลือกใช้อันไหนดีระหว่าง Time Machine กับ SuperDuper?
SuperDuper เป็นโปรแกรมที่ถูกออกแบบให้เป็น cloning tool ตัว backup เหมือนตัวหลักทุกประการ / ส่วน Time Machine ถูกออกแบบมาสำหรับ backup แบบอัตโนมัติ แค่ตั้งค่าแล้วปล่อยให้มันจัดการได้เลย แต่เวลาจะ restore ต้องเสียเวลามากกว่า
- ถ้าหากคุณเป็นคนที่กังวลในเรื่องเวลาในการทำงานแล้วหล่ะก็ SuperDuper จะช่วยให้คุณทำงานต่อไปได้ ถึงแม้ว่า harddisk หลักจะพังก็ตาม เอา backup มาแทนได้เลย
- ถ้าคุณต้องการที่จะกลับไปดูไฟล์ในเวอร์ชั่นเก่า Time Machine นั่นแหละเหมาะ
- ถ้าใช้ virtualization เช่น Parallels หรือ VMWare แนะนำให้ใช้ SuperDuper
- สุดท้าย ถ้าคุณไม่อยากคิดมาก ยังไงก็ใช้ Mac OS X อยู่แล้ว เลือก Time Machine
อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่
http://www.interrupt19.com/2009/03/09/backup-battle-superduper-vs-time-machine/
Step 2 : Remote Mirror of important folder
สิ่งแรกที่ต้องทำคือ หาผู้ให้บริการ online file storage ที่เปิดให้ใช้ SSH ได้ (ขั้นตอนนี้ค่อนข้าง geek อย่าตกใจไป ทำตามได้ไม่ยาก)
ทำไมต้อง SSH ได้ ก็เพราะว่าเราจะใช้ SSH (เอาไว้ connect), rsync (เอาไว้ backup ไฟล์) และ cron (เอาไว้ตั้งเวลาอัตโนมัติ) สำหรับ sync โฟลเดอร์ในเครื่องไปที่ online backup ที่เป็น Unix เพราะ Mac OS ก็เป็น Unix และเราจะใช้ผ่าน Terminal ใน Mac OS X (/Applications/Utitlities/Terminal.app)
Setup SSH key
เมื่อคุณ connect ไปที่ your online storage ผ่านทาง SSH มันจะถาม password ของคุณทุกครั้ง แต่ไม่ใช่แค่คุณที่จะ SSH คนเดียวหนิ เราจะให้โปรแกรม rsync SSH ด้วยเช่นกัน ดังนั้นเราจึงต้อง setup SSH key ซึ่งเปรียบเสมือนกับ ID Card ของเครื่องคอมเรา เอาไว้ให้ backup server ตรวจเช็คดู โดยวิธีการดังนี้
- เปิด Terminal ขึ้นมา พิมพ์
ssh-keygen -dแล้ว enter 3 ครั้ง จนขึ้นว่า
The key fingerprint is:… เป็นอันเรียบร้อย - เปิด Finder แล้ว Go > Go to Folder menu item (??+?+G? shortcut) แล้วพิมพ์ว่า
~/.ssh/จะเจอไฟล์ 3 ไฟล์copy ไฟล์
id_dsa.pubไปไว้ที่ server โดยใช้คำสั่ง scp ใน Terminal
scp ~/.ssh/id_dsa.pub user@www.your_site.com:.ssh/authorized_keys2
เป็นอันเรียบร้อย
Test rsync backup command and SSH key
ทดสอบ SSH key โดยการทดลอง rsync ไปที่ server (server ต้องติดตั้ง rsync ไว้ด้วย)
rsync -rltz ~/Documents/ user_name@storage_spac.com:/home/user_name/backup/Documents/
* รายละเอียดเพิ่มเติมเกี่ยวกับ rsync : http://www.samba.org/rsync/documentation.html
Automate the process
เราจะสั่งให้ Mac ทำการ backup ให้เราโดยอัตโนมัติ ผ่านทาง cron โดยหน้าตาของคำสั่งจะเป็นแบบนี้
0 4 * * 1-7 rsync -rltz ~/Documents/ user_name@storage_space.com:/home/user_name/backup/Documents/
แต่มีโปรแกรมที่ช่วยให้เราจัดการได้ง่ายขึ้นคือ CronniX
เพิ่มคำสั่ง rsync ไปใน cron ตามนี้
rsync -rltz --delete ~/Documents/ user@storage_space.com:/home/user_name/backup/Documents/
Step 3 : Done!
ตอนนี้คุณมี copy ของ main drive ซึ่งสามารถดึงกลับมาใช้ได้เมื่อเกิดปัญหา และมี copy ของไฟล์ที่สำคัญเก็บเอาไว้ online ในที่ๆ ปลอดภัยเรียบร้อยแล้ว ค่าใช้จ่ายก็มีค่า hard drive (ถ้าใช้ SuperDuper ก็เพิ่มอีก $30) และค่าใช้บริการ online storage
เมื่อ setup ทั้งหมดนี้เรียบร้อยแล้ว คุณแค่คอยเช็คระบบนานๆ ครั้งก็พอ มันจะทำหน้าที่ของมันเองอัตโนมัติ
ทีนี้ก็ค่อยอุ่นใจได้หน่อยว่า ไฟล์สำคัญต่างๆ จะคงอยู่กับเรา ไม่หายไปไหน
Related posts:




comments