นี่คือโฉมหน้าตัวละครผู้มีอุปการคุณทุกท่าน จาก ขบวนการเชียงใหม่ฯ ทั้ง 4 ตอน ไม่ต้องส่ง sms มาโหวตนะครับ งานนี้ไม่ได้แจกบ้าน อ่านต่อ »
นี่คือโฉมหน้าตัวละครผู้มีอุปการคุณทุกท่าน จาก ขบวนการเชียงใหม่ฯ ทั้ง 4 ตอน ไม่ต้องส่ง sms มาโหวตนะครับ งานนี้ไม่ได้แจกบ้าน อ่านต่อ »
วันที่ 26 ตุลาคม 2550
วันนี้จริงๆ จะต้องกลับกรุงเทพฯ แล้ว เพราะซื้อตั๋วเอาไว้แล้ว แต่ด้วยความลุยของผมและท่านหัวหน้า จึงพยายามหาทางที่จะอยู่ต่อให้ได้ เราจึงเอาตั๋วกลับกรุงเทพฯ ที่ซื้อไว้แล้ว เอาไปที่ท่ารถที่ปาย แล้วฝากพี่รถตู้ ปาย-เชียงใหม่ เอาตั๋วไปเลื่อนวันให้ พี่เค้าก็ใจดีนำไปเลื่อนให้ (ให้ค่าเสียหายไป 80 บาท แลกกับตั๋ว 2 ใบราคาพันกว่าก็ถือว่าคุ้มมาก) หลังจากนั้น แล้วแต่ดวงชะตาฟ้าลิขิต
เรากับแคทกลับไปที่พักเก็บกระเป๋า วันนี้เจ๊โอ๋ชวนไปพักที่ unicorn จะได้ปาร์ตี้แคมป์ไฟกัน ประมาณบ่ายสอง พวกเรามุ่งหน้าไปยังหมู่บ้านจีนเพื่อเล่นชิงช้าและกินบะหมี่ยูนนาน


ตื่นเช้ามาวันที่ 25 ตุลา ผมจะหาร้านโจ๊กกินตอนเช้า แต่หาไม่เจอ อากาศหนาวใช้ได้เลย สุดท้ายมานั่งร้าน all about coffee เจอเขมกับแคทนั่งชิวอยู่ เลยสั่งอะไรมากินซักหน่อย วันนี้เรานัดกับชาวลำปางว่าจะไปกิน lunch กันที่ unicorn guesthouse เจ๊โอ๋ พอเริ่มใกล้ถึงเวลา ก็กลับไปที่พักเก็บของ เพื่อย้ายไปอยู่ห้องที่ถูกกว่า เพราะรู้แล้วว่าเอาไว้แค่ซุกหัวนอนเท่านั้น
จากนั้นก็ตามไปกินข้าวเที่ยงที่ unicorn จะเห็นป้ายเขียนว่า “กินตีน” อยู่หน้าร้าน หลังจากกินข้าวเสร็จ เราก็เตรียมตัวจะขึ้นไปร้านพี่เล็กอีกแล้ว เพราะไม่รู้ว่าจะไปไหนกันดี ไม่ได้วางแผนการไว้ซะด้วย เราจึงโบกรถกระบะขึ้นไปร้านพี่เล็ก (เอามอไซค์ไปคืนแล้ว) คนเมืองปายใจดี
ถึงร้านพี่เล็ก พวกเราก็กลิ้งๆ นั่งๆ นอนๆ ทำตัวเยี่ยงลูกค้าวีไอพี ด้วยเหตุที่ว่างกันเกิน จึงหาอะไรเล่นกันแก้เซ็ง ก็ได้โดมิโน่ของร้านพี่เล็ก ช่วยทำให้หายเซ็งได้ กติกามีอยู่ว่า ใครแพ้โดนเขียนแขน เล่นไปตาแรกผมแพ้ ตาที่สองผมก็แพ้อีก ตาที่สามก็แพ้อีก แต่หลังจากนั้นผมไม่แพ้แล้ว และความรุนแรงและขนาดของฟอนท์ที่เขียนบนแขนเริ่มใหญ่ขึ้นๆ คนหลังๆ เริ่มซวย โดนตาเดียวโดนเขียนเยอะกว่าผมโดน 3 ตาซะอีก พวกเราเล่นจนถึง 5 โมงเย็น ก็ขึ้นไปรอดูพระอาทิตย์ตกกันบนพระธาตุแ่ม่เย็น ทีแรกว่าจะฉุบราชาขึ้นพระธาตุ แต่เกรงจะไม่จบในวันเดียว เลยเปลี่ยนเป็นวิ่งแข่งขึ้นพระธาตุแทน แล้วสุดท้ายก็ต้องขึ้นไปนั่งรอเวลาบนนั้นซะนานเชียว ฮ่าๆ
ต่อจากตอนที่แล้ว คืนวันที่ 23 (วันเกิดคุณหญิง) เรากับท่านหัวหน้าก็มาวางแผนการเดินทางล่วงหน้าของวันถัดไป แผนมีเพียงแค่ว่า “เฮ้ย ไปปายกัน พรุ่งนี้เช้าตื่นแล้วไปเลย” ไม่มีการถามต่อจากนั้น ไม่มีคำถามเรื่องที่ว่าจะพักไหน จะยังไง อะไร มีแค่คำเดียว “เออ ไปเว่ยๆ” แล้วก็เข้านอน
เช้าวันที่ 24 ตุลาคม เราตื่น 7.30 น. รีบเก็บกระเป๋าแล้วพุ่งออกจากที่พักเวลาเคารพธงชาติพอดี ไปถึงสถานีขนส่งเวลา 8.15 น. รีบวิ่งไปถามรถตู้ไปปาย สรุปได้รถเที่ยว 9 โมงตรง เลยแวะไปหาอะไรรองท้องก่อน เรารีบกลับมารอที่รถเวลา 8.45 น. ทุกคนต่างพร้อมใจกันมาครบแล้ว พี่คนขับจึงตัดสินใจออกรถทันใด ผมกับท่านหัวหน้าได้นั่งกับพี่คนขับ (ขอโทษที่ผมจำชื่อพี่ไม่ได้) พี่แกเล่นชวนคุยตลอดทาง ปล่อยมุขแป้กบ้างขำบ้างอีกตะหาก เอาเป็นว่า เวลา 3 ชั่วโมงบนรถตู้คันนี้ ผมจะอยู่เป็นเพื่อนพี่คนขับเอง ส่วนท่านหัวหน้าหลับๆ ตื่นๆ

ผมนั่งลุ้นไปกับโค้ง 1,682 โค้ง (ถ้าจำไม่ผิด นับแล้วลืม) แต่เหตุไม่คาดฝันก็เกิดขึ้น เมื่อท่านหัวหน้าเริ่มพะอืดพะอม แล้วรีบบอกให้พี่คนขับหยุดรถโดยด่วน หลังจากนั้นก็พุ่งลงข้างทาง ปล่อยของเหลวส่วนบุคคลทันที ตรงนั้นมันเหลืออีกประมาณ 100 โค้ง (20 นาที) ก็จะถึงปายแล้ว อ่านต่อ »
มาเขียนบันทึกเอาไว้ เผื่อวันหลังจะกลับมาอ่าน..
เมื่อประมาณกลางเดือนตุลา ปี 2550 ด้วยความที่เราก็อยากจะไปเที่ยว เพราะอยู่บ้านติดกันมาหลายเดือนแล้ว และคุณหญิงก็ปิ๊กบ้านที่เชียงใหม่ เราก็เลยอยากจะขึ้นไปเชียงใหม่บ้าง บังเอิญคุณน้องแคทก็นอยๆ เลยชวนกันไปเชียงใหม่
ด้วยชื่อทริปว่า “ขบวนการเชียงใหม่เพื่อชีวิตที่ช้าลง” จำได้ว่าพยายามหาพรรคพวกแล้ว แต่สุดท้ายก็เหลือแค่ 2 คน งานนี้แคทเป็นหัวหน้า ผมเป็นรองฯ ลูกน้องไม่มี
เราออกเดินทางมุ่งหน้าสู่เชียงใหม่โดยนครชัยแอร์ เที่ยวเวลา 21.30 น. ของวันที่ 18 ตุลาคม 2550 มีเรา คุณหญิงและท่านหัวหน้า พวกเรา landing ถึงสถานีขนส่งอาเขตในตอนเช้าของวันที่ 19 น้องชายคุณหญิงมารับเราไปส่งยังที่พัก คุณหญิงก็กลับไปที่บ้าน เหลือผู้ร่วมขบวนการ 2 หน่อ หลังจากนั้นก็เรื่อยเปื่อย ออกไปเดินนิมมาน สวนดอก กาดสวนแก้ว ตามประเพณีนิยมของคนกรุงเทพฯ
เย็นวันนั้น เคท โทรมาหาแคท นัดมาเจอที่ไมค์เบอร์เกอร์ ก็ได้เจอเคทและเพื่อนๆ (มด นุ่น ฝัน จอมและเพื่อนจอม)

แล้วพวกเราก็พร้อมออกกำลังกายยามดึก ที่ warm up ด้วยความคึกคะนองในตอนแรก ทำให้เรานำตัวเข้าไปยังส่วนที่คาดว่าจะลึกที่สุดของที่นั่นได้ แต่ไม่นานหลังจากนั้น ความสัมพันธ์ของธาตุทั้ง 4 ในร่างกายเริ่มปั่นป่วนจนทุกคนมีมติเป็นเอกฉันท์ 7:1 ว่า เราควรออกจากสถานที่แห่งนั้นทันที แล้วเราก็โคจรไปยังร้าน seascape กันต่อ และก็นั่งสนทนากันเพื่อให้ร่างกายกลับสู่สภาวะปกติก่อนเข้านอน อ่านต่อ »
รู้สึกว่าหนึ่งวันไม่ได้มี 24 ชั่วโมง รู้สึกว่ามันมีน้อยกว่านั้น
เพราะสิ่งที่เราทำมีมากขึ้น เป็นสมการการรักษาสมดุลของธรรมชาติ
1 day = 24 hours
1 hour = 60 minutes
1 minute = 60 seconds
then, 1 day = 60×60x24 = 86400 seconds
เราอาจจะรู้สึกว่ามีเวลาตั้งวันละ 86400 วินาที
ถ้าลองเปรียบเทียบ เรามานั่งนับ 1 ถึง 86400 เราคงเซ็งตายแน่ๆ แล้วก็คงรู้สึกว่าเวลามันช้าเหลือเกิน
นั่นเพราะเราทำเพียง 1 งาน คือ การนั่งนับเลขไปเรื่อยๆ
แต่ถ้าเราเปรียบเทียบเป็นความเร็วการพิมพ์สัมผัส 40 คำต่อนาที (60 วินาที)
ใน 1 ชั่วโมง เราจะพิมพ์ได้ 2400 คำ แต่เสียเวลากด enter และ backspace ไปอีก ทำให้ได้ไม่ถึง 2400 คำตามอุดมคติ ดังนั้น ถ้าเราลองเปรียบเทียบ วันหนึ่งๆ เราคุย msn กับคนอื่น พิมพ์ไปทั้งสิ้น 24000 คำ โดยที่เราไม่รู้ตัว นั่นคือ เรากำลังเสียเวลาให้กับ msn ถึง 10 ชั่วโมงอุดมคติ (เกิน 10 ชั่วโมงความจริง)
ดังนั้นตอนนี้ผมรู้แล้ว ว่าใครขโมยเวลาของผมไป
แต่นั่นไม่ใช่ประเด็น เพราะผมเชื่อว่าทุกสิ่งในโลกล้วนรักษาสมดุลตามธรรมชาติ นั่นคือการแลกเปลี่ยนซึ่งกันและกัน เมื่อเสียเวลากับ msn นั่นหมายถึงคุณจะได้บางสิ่งบางอย่างที่คุณไม่สามารถรู้ได้ในอัตราที่เท่ากัน
และผมเชื่อว่าสิ่งนั้น สุดท้ายแล้วเมื่อสิ่งที่เราไม่สามารถรู้ได้สะสมมากขึ้นเรื่อยๆ ย่อมสามารถทะลาย barrier ของสิ่งนั้นให้เรารู้ได้ว่ามันคืออะไร และเมื่อเราเข้าใจกฎธรรมชาตินี้ เราจะไม่รู้สึกเสียดายเวลาต่างๆ ที่ผ่านไปเลยแม้แต่นิดเดียว แต่จะทำให้เรากลับรู้คุณค่าของมันให้ลึกซึ้งขึ้น แค่นั้นเอง .. ป่ะ

มาแจ้งข่าวให้ทราบกัน งาน Twin Mix Postcards Project กำลังจะมาถึง
งานจะมี วันอาทิตย์ที่ 6 มกราคม 2551 เริ่มเวลา 18.00 น.
ที่กาดกลางเวียง ร้านกาแฟวาวี เมืองเชียงใหม่ (ตรงถนนคนเดินนั่นแหล่ะ)
งานนี้ไม่ใช่งานใหญ่โตอะไร แต่ละคนที่มาร่วมกันทำก็ต่างทำด้วยใจ
นี่อาจจะเป็นจุดเริ่มต้นที่ดีของโปรเจ็คศิลปะที่จัดโดยชาวบ้านคนธรรมดาก็เป็นได้
กติกาของงานนี้คือ ทางผู้จัด (นกฮูกทีม) ได้เชิญนักออกแบบ 12 ท่าน (ที่รู้จักกัน มั้งนะ)
มาเป็นตัวยืน จากนั้นให้ชาวบ้านร่วมกันส่งผลงานเข้าไปรอบแรกเพื่อคัดไปจับคู่กับ 12 ท่านนั้น ปรากฎว่ามีชาวบ้านร่วมกันส่งถึง 52 ชีวิต (ผมเป็น 1 ใน 52 คนนั้น) ซึ่งแต่ละคนก็คงจะเห็นว่า นี่คือโปรเจ็คที่ดีและควรสนับสนุนกัน (อย่างจริงใจ) หลังจากนั้นทางทีมงานก็ได้คัดเลือกผู้เข้ารอบจำนวน 12 ชีวิต ไปจับคู่กับตัวยืน 12 ท่านนั้น และปล่อยให้ร่วมกันสร้างสรรค์งานออกมา 2 คน 1 ชิ้นงาน 12 ชิ้นงานนั้น จะถูกนำไปผลิตเป็นโปสการ์ดออกจำหน่าย เพื่อหารายได้ไปทำบุญและเป็นทุนในครั้งต่อไป
โปสการ์ดทั้ง 12 ใบนั้น ถูกบรรจุรวมกันเป็นชุด และมี book แถมให้ด้วย ขายเป็นชุด ราคาชุดละ 200 บาท ซึ่งถือว่าเป็นราคาที่ยุติธรรม ไม่แพงเกินไป (ค่าเปิดขวดบางร้านยังแพงกว่าเลย) ควรแก่การเก็บเป็นที่ระลึกหรือส่งให้เพื่อนในเทศกาลปีใหม่ วันเด็ก วันไหว้ครู หรือตรุษจีนเป็นอย่างยิ่ง
หากเห็นว่าโครงการดีๆ แบบนี้ควรได้รับการสนับสนุน ขอแรงท่านทั้งหลาย ไปร่วมกันในวันงาน หรือช่วยกันอุดหนุนกันด้วยนะครับ
ติดตามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ http://www.nokhookdesign.com/twinmix

ขอบคุณแม่ที่ฉีกปฏิทินใบนี้เก็บไว้ให้นะครับ
ต่อไปนี้เป็นรายนามผู้อวยพรวันเกิดผมปีนี้ จักขอบพระคุณอย่างสูง (ขอบคุณทีเดียวเลย mass ดี)
ทั้งหมดข้างบนนี้ มีคนที่ไม่รู้จักด้วย (จาก hi5) ก็เอาเป็นว่าขอบคุณด้วยละกัน
ตอนนี้หมดโปรโมชั่นอวยพรวันเกิดแล้ว กรุณารอปีต่อไป ขอบคุณที่ใช้บริการครับ
เห็นใน hi5 เพื่อนขั้นสุดของข้าพเจ้า เลยจดลิสต์ไว้หน่อยดีกว่า
biyoke
fearn
Favorite Song:
Amie/Older chests/the animal weere gone
Silent all these years – Tori Amos
A case of you – Joni Mitchell
Good enough – Sarah Mclaughlin
Free – Sarah Brightman
Life in mono – mono
Here,there and everywhere
staralfur – sigur ros
Positivity – suede
i wish you love
moonbeat
Fix you
song bird..for some sentimental reason
Insensible – Mandalay
Favorite Album:
o/9
Tales Of A Librarian/the beekeeper
harem
speed of sound
empathy
the bends
kathelia
Current Favorite Artists / Bands: The beatles, Bob Marley,Caroel King, Jimi hendrix, T-b, Patsy Clien, The doors, Fiona Apple
KoP
mermaid
toey?